รอยแดง รอยดำ และแผลเป็นจากสิว

สิวอักเสบอาจทิ้งรอยสีผิวหรือแผลเป็นได้ แม้ไม่ได้แกะหรือบีบสิว การดูแลสิวเพื่อลดการอักเสบจึงเป็นส่วนหนึ่งของการลดโอกาสเกิดรอยตามมา

รอยสีผิวต่างจากแผลเป็นอย่างไร

รอยแดงหลังการอักเสบ (post-inflammatory erythema หรือ macular erythema) และรอยสีน้ำตาลหรือดำหลังการอักเสบ (post-inflammatory hyperpigmentation) เป็นการเปลี่ยนแปลงของสีผิว รอยที่แบนราบไม่ได้หมายความว่าเป็นแผลเป็นหลุมเสมอไป แผลเป็นหลุม (atrophic หรือ pitted scar) มีการเปลี่ยนแปลงของพื้นผิวเป็นรอยยุบ และอาจพบร่วมกับรอยสีผิวได้

การดูแลและทางเลือกในการรักษา

ควรให้แพทย์แยกชนิดของรอยและควบคุมสิวที่ยังอักเสบก่อนเลือกการรักษา ยาทาบางชนิด เช่น retinoid หรือ salicylic acid อาจช่วยให้รอยแผลเป็นบางชนิดดูจางลงได้ ความเหมาะสมขึ้นกับผิวและลักษณะรอยแต่ละคน ไม่ควรเลือกกรดผลไม้ AHA/BHA, retinoic acid หรือผลิตภัณฑ์ที่มี licorice, arbutin และ vitamin C จากชื่อส่วนผสมเพียงอย่างเดียว และไม่ควรรับประทานวิตามิน A หรือ E เพื่อรักษารอยสิวเอง

เลเซอร์และหัตถการอื่นอาจเป็นทางเลือกตามชนิดของรอย แพทย์ต้องประเมินผิว ยาที่ใช้อยู่ ข้อควรระวัง และการดูแลหลังทำก่อน ชื่อเครื่อง V-Beam หรือ Smooth-beam ไม่สามารถยืนยันได้ว่าจะเหมาะกับทุกคน

ผลลัพธ์และการพักฟื้น

ระยะเวลาทำ จำนวนครั้ง ผลที่เห็น และช่วงพักฟื้นแตกต่างกันตามคนและวิธีรักษา การรักษาอาจมีผลข้างเคียง ควรพูดคุยเรื่องความคาดหวังและความเสี่ยงกับแพทย์ รวมถึงเวลาที่เหมาะสมในการกลับไปแต่งหน้าหรือทำกิจวัตร

ภาพประกอบเนื้อหา

แหล่งข้อมูล

  1. American Academy of Dermatology — Acne scars: consultation and treatment

ข้อมูลในเว็บไซต์นี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ความรู้เท่านั้น ไม่สามารถใช้แทนการวินิจฉัยหรือการรักษาจากแพทย์ได้ หากมีอาการหรือข้อสงสัยเกี่ยวกับโรคผิวหนัง โปรดปรึกษาแพทย์ผิวหนัง ติดต่อโรงพยาบาลผิวหนัง อโศก ได้ที่ asokeskin.com

ข้อจำกัดของข้อมูลทางการแพทย์