สิวจากเชื้อเกลื้อน (pityrosporon fol-liculitis, malassezia folliculitis)

สิวจากเชื้อเกลื้อน (pityrosporon fol-liculitis, malassezia folliculitis)

พบว่าผู้ป่วยบางรายมีตุ่มแดง ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 2-4 มม. รอยโรคพบตามตำแหน่งรูขุมขน อาจพบตุ่มหนองขนาดเล็กบนตุ่มแดง. พบรอยโรคตามตำแหน่งที่ผิวหนังมีเชื้อ Malassezia มาก คือ ที่บริเวณหน้าอก หลังช่วงบน ต้นแขน หนังศีรษะ และคอ ไม่ค่อยพบที่ใบหน้า. ถ้าฉาย Wood light พบการเรืองแสงสีขาวหรือฟ้าที่รูขุมขน มักมีอาการคันร่วมด้วย (สิวทั่วไปมักไม่ค่อยคัน) มักเป็นที่ลำตัวช่วงบนของวัยผู้ใหญ่ตอนต้นจนถึงกลางคน ได้รับการรักษาแบบสิวธรรมดาก็ไม่ค่อยดีขึ้น. สิวชนิดนี้เกิดจากเชื้อยีสต์ Malassezia furfur ซึ่งเป็นเชื้อตัวเดียวกับที่ก่อให้เกิดเกลื้อน โดยตรวจพบเชื้อยีสต์ในรูขุมขน. แนวทางการรักษาสิวชนิดนี้ นอกจากให้การรักษาสิวแบบทั่วไปแล้ว ยังต้องได้ทายาหรือยากิน ฆ่าเชื้อยีสต์ร่วมด้วย. สิวประเภทนี้อาจดูใกล้เคียงกับสิวสามัญ แต่จะไม่พบสิวอุดตันหรือซิสต์ และผู้ป่วยสิวชนิดนี้อาจเป็นโรค seborrheic dermatitis, confluent and reticulated papillomatosis หรือ systemic candidiasis ร่วมด้วย.

ปัจจัยที่กระตุ้นให้เชื้อยีสต์กำเริบคือ โรคทางร่างกายบางอย่าง เช่น เบาหวาน, Cushing disease, Hodgkin disease, HIV infection, Down syndrome, การได้รับยากดภูมิต้านทาน. นอกจากนั้น การตั้งครรภ์, การได้รับยาปฏิชีวนะ, ยากันชัก, การอยู่ในที่ร้อนชื้น, การทาครีมบำรุงผิว น้ำมัน ยากันแดด หรือการสวมเสื้อผ้าหนา ทำให้ผิวและรูขุมขนอับชื้นระบายอากาศไม่ดี.

การวินิจฉัยอาศัยลักษณะทางคลินิก อาจทำ KOH preparation เพื่อยืนยันการวินิจฉัย ไม่จำเป็นต้องเพาะเชื้อ.

แนวทางการรักษาต้องให้แพทย์ยืนยันการวินิจฉัยก่อน อาจพิจารณายาทาต้านเชื้อรา เช่น ครีมหรือแชมพู ketoconazole, ครีม ciclopiroxolamine, ครีม econazole หรือแชมพู selenium sulfide บางรายอาจใช้ยากิน เช่น itraconazole หรือ fluconazole ตามการประเมินของแพทย์ ยา ketoconazole ชนิดกินไม่ควรนำมาใช้รักษาผิวหนังด้วยตนเอง เนื่องจากมีความเสี่ยงรุนแรงต่อตับและปฏิกิริยาระหว่างยา หากกำลังรับยาปฏิชีวนะอยู่ ควรปรึกษาแพทย์ผู้สั่งยาเรื่องความจำเป็น เนื่องจากยาปฏิชีวนะไม่ได้รักษาเชื้อยีสต์และอาจเปลี่ยนสมดุลเชื้อบนผิวหนัง.

ภาพประกอบเนื้อหา

แหล่งข้อมูล

  1. FDA / DailyMed — ketoconazole prescribing information and safety

ข้อมูลในเว็บไซต์นี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ความรู้เท่านั้น ไม่สามารถใช้แทนการวินิจฉัยหรือการรักษาจากแพทย์ได้ หากมีอาการหรือข้อสงสัยเกี่ยวกับโรคผิวหนัง โปรดปรึกษาแพทย์ผิวหนัง ติดต่อโรงพยาบาลผิวหนัง อโศก ได้ที่ asokeskin.com

ข้อจำกัดของข้อมูลทางการแพทย์